มอเตอร์แบบไหน ที่เหมาะกับการใช้งาน
มอเตอร์แบบไหน ที่เหมาะกับการใช้งาน
มอเตอร์ไฟฟ้านั้น เป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่แทบจะมีใช้ในทุกสถานที่ไมว่า จะเป็น ตามบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่กระทั่ง โรงงานปลอกมะพร้าว ก็ยังมีการใช้มอเตอร์ในการช่วยทำงาน ซึ่งหากวันนึ่งคุณต้องซื้อมอเตอร์ เพื่อใช้งาน อย่างน้อยคุณน่าจะต้องรู้จักเสียก่อนว่า งานของคุณ เหมาะกับมอเตอร์ประเภทไหน ในบทความนี้เราเลยจะมาพูดถึง 5 มอเตอร์ !! แบบไหน ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ
ที่นี่เราอยากให้ทุกคนรู้กันก่อนว่า มอเตอร์ไฟฟ้านั้น ทำงานอย่างไร ?
มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานโดยการแปลงพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลเพื่อให้เกิดการหมุน พลังงานจะถูกสร้างขึ้นภายในมอเตอร์ผ่านปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กของกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) หรือไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แรงบิดขึ้นอยู่กับกระแสที่เพิ่มขึ้นตามกฎของโอห์มคือ (V = I*R) โดยที่แรงดันไฟฟ้า (VOLTAGE) ต้องเพิ่มขึ้นเมื่อความต้านทานเพิ่มขึ้นในขณะที่กระแสไฟฟ้ายังคงเท่าเดิม มอเตอร์ไฟฟ้ามีการใช้งานในอุตสาหกรรมทั่วไป เช่น เครื่องเป่าลม เครื่องจักรขนาดใหญ่ พัดลม ปั๊ม งานขนาดเล็กที่ต้องใช้การเคลื่อนไหว เช่น หุ่นยนต์ (ROBOTICS) หรือโมดูลที่มีล้อแบบต่าง ๆ
ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้านั้น สามารถแยกได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ๆดังนี้
เอซีมอเตอร์ (AC MOTOR) มีด้วยกัน 3 ประเภทคือ
มอเตอร์เหนี่ยวนำ (INDUCTION MOTOR)
เรียกว่ามอเตอร์แบบอะซิงโครนัส เนื่องจากไม่เคลื่อนที่ด้วยอัตราคงที่ หรือหมุนช้ากว่าความถี่ที่ให้มาความแตกต่างระหว่างความเร็วจริงและความเร็วในการซิงโครนัสเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างแรงบิดที่ทำให้เกิดการหมุนในมอเตอร์เหนี่ยวนำ สนามแม่เหล็กที่ล้อมรอบโรเตอร์ของมอเตอร์ทำให้เกิดการกระแสเหนี่ยวนำ
ซิงโครนัสมอเตอร์ (SYNCHRONOUS MOTOR)
จะหมุนด้วยอัตราคงที่เนื่องจากใช้กระแสไฟฟ้าสลับ (AC )
มอเตอร์อุตสาหกรรม (INDUSTRIAL MOTOR)
ได้รับการออกแบบเพื่อใช้งานกับไฟฟ้าสามเฟสหรืองานที่ต้องใช้กำลังมาก เช่นสายพานลำเลียง เครื่องเป่าลม มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับพบได้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น นาฬิกาพัดลมและดิสค์ไดรฟ์
1.เซอร์โวมอเตอร์ (SERVO MOTOR)
เป็นมอเตอร์ที่ได้รับความนิยมในตลาดและใช้สำหรับการควบคุมตำแหน่งแต่ไม่ต้องการความแม่นยำสูง ใช้ในการควบคุมระยะไกลเช่นรถของเล่น RC และหุ่นยนต์ ประกอบด้วย มอเตอร์ โพเทนชิออมิเตอร์และวงจรควบคุมผ่าน PULSE WIDTH MODULATION (PWM) ผ่านการส่งพัลส์ไฟฟ้าไปยังสายควบคุม เซอร์โวสามารถเป็นได้ทั้ง AC SERVO หรือ DC SERVO สามารถรองรับกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้นได้และใช้สำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรมในขณะที่ DC SERVO สำหรับงานอดิเรกขนาดเล็ก
ดีซีมอเตอร์ (DC MOTOR) มีอยู่หลายประเภทแต่ส่วนใหญ่เป็นชนิดมีแปรงถ่าน (BRUSHED) กับไม่มีแปรงถ่าน (BRUSHLESS)
2.มอเตอร์แบบมีแปรงถ่าน (BRUSHED)
พบได้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากเช่น พวกของเล่น รถยนต์ โดยใช้การควบคุมทิศทางการหมุนของมอเตอร์ เช่น ของเล่นให้สามารถเดินหน้าถอยหลังได้ มอเตอร์ชนิดนี้ราคาไม่แพง กระบวนการผลิตง่ายไม่ซับซ้อน มีแรงบิดดีมากที่ความเร็วรอบต่ำ (วัดความเร็วรอบต่อนาทีหรือ RPM) ข้อเสียคือต้องเปลี่ยนแปรงถ่านเนื่องจากเกิดความสึกหรอ เพราะความร้อนและมีเสียงรบกวนจากสนามแม่เหล็กไฟฟ่าได้
3.มอเตอร์แบบไม่มีแปรงถ่าน (BRUSH LESS)
ใช้แม่เหล็กถาวรในชุดโรเตอร์ นิยมในกลุ่มคนชอบงานอดิเรก สำหรับเครื่องบินและการประยุกต์ใช่ยานพาหนะภาคพื้นดิน มอเตอร์ชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูง การบำรุงรักษาน้อย เสียงรบกวนต่ำ และให้กำลังงานสูงกว่ามอเตอร์แบบมีแปรงถ่าน นอกจากนี้ยังสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมากและคล้ายมอเตอร์เอซี (AC MOTOR) ที่มีความเร็วรอบคงที่ ยกเว้นใช้กระแสไฟฟ้าไฟดีซี แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้างคือ การควบคุมความเร็วค่อนข้างยาก และต้องมีโหลดเริ่มต้นต่ำและอาจจะต้องมีเกียร์บ็อกซ์ (GEARBOXES) ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อม
4.มอเตอร์แบบสั่น (VIBRATION MOTOR)
ใช้สำหรับทำให้เกิดการสั่นสะเทือน เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือคอลโทรลเลอร์เกม ถูกสร้างขึ้นโดยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่สมดุลซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการสั่นสะเทือน นอกจากนั้นยังสามารถใช้ใน BUZZERS เพื่อวัตถุประสงค์ทำให้เกิดเสียงหรือเสียงเตือนภัยรวมถึงกริ่งประตูด้วย
5.สเติปปิ้งมอเตอร์ (STEPPING MOTOR)
เป็นมอเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง พบในเครื่องพิมพ์ เครื่องมือต่าง ๆ และระบบที่ต้องการควบคุมกระบวนการผลิตที่ต้องการความแม่นยำและมีแรงบิดที่สูง การควบคุมมอเตอร์ชนิดนี้จะใช้สัญญาณพัลซ์ (PULSE) ในการควบคุมเพื่อให้ตัวขับ (DRIVER)ส่งแรงดันไฟฟ้าตามสัดส่วนไปยังมอเตอร์ ซึ่งการควบคุมค่อนข้างง่าย แต่จะใช้กระแสสูง สามารถใช้งานได้ดีกับโหลดสูง ๆ